ตื่นเช้ามาสดใส เพราะวันนี้นอนกันเต็มที่ไปหน่อย แม่ปัวกับน้องโปรตื่นก่อนคนอื่นเลยไปแช่น้ำจากูซี่ของโรงแรมเล่นๆ เป็นสระ outdoor แต่ว่า จากูซี่ เป็นน้ำอุ่นๆ ก็เลยสบายๆ น้องโปรแช่ได้นานหน่อย พอเล่นน้ำเสร็จก็เข้ามาที่ห้องก็พอดี ทุกคนก็ตื่นกันพอดี วันนี้พวกเราจะไปเที่ยว ocean park กัน ต้องนั้งรถ MTR ไปต่อที่อีกสถานีนึงเพื่อที่จะนั้งรถบัสไปอีกต่อนึง คงจะทุลักทะเล กันอีกวัน เพราะว่า ocean park ต้องเดินกันเยอะหน่อยเพราะเป็นที่เที่ยวแบบภูเขาทางขึ้นลงเยอะเลย แถมมีรถเข็นอีกต่างหาก

ทุกคนแต่งชุดทีมกันหมดเลย สมใจล่ะ ได้ใส่ชุดทีมเหมือนกัน จะได้มองหากันง่ายๆ มาถึงก็ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันนิดหน่อย โปรดสังเกต คุณลุงข้างหลังของแม่ปัว ฮิฮิฮิ ทำหน้าแบบว่า ตลกมาก เหวอออออออออ

ที่ที่รถบัสพาพวกเราไปถึงก็คือ Tai Shue Wan ในแผนที่ก็คือบนสุดขวามือ นั้นแหละทางเข้าที่เราเริ่มเดินกัน สิ่งแรกที่เราเข้าไปเล่นก็คือ ห้องฉายหนังเล็กๆ เค้าจะฉายรูปไปที่ projector แล้วให้ เงาของเด็ก ช่วยเปลี่ยนให้กลายเป็นอีกภาพนึง เด็กๆ สนุกสนานกัน ได้ซักแป๊บ ก็ออกไปเดินดูเค้าทำ Sand Sculptures กันก็แปลกดีเพราะเห็นกันชัดๆ ไปเลยว่าเค้าค่อยๆ ปัดทรายกันให้เป็นรูปร่างยังไง แต่คนที่ได้ลงมือเล่นก็คือน้องเฟรน นั้นเอง ใครจะทำอะไรไม่สน ขอเล่นทรายก่อน

ระหว่างทางไปดูโชว์ต่างๆ เราต้องขึ้นบันไดเลื่อนสูงมากๆๆ เลย สูงประมาณตึก 7 ชั้นได้ น้องเฟริน กลัวมาก เพราะว่าปรกติเค้าจะเป็นคนกลัวความสูงอยู่แล้ว ขาเฟรินอ่อนปวกเปียกไปเลย แต่พวกเราก็ต้องให้เฟริน ยื่นนิ่งๆ เพราะว่า กลัวจะหล่นลงไปจะยิ่งอันตรายกว่า น่าสงสารจริงๆ เพราะว่าต้องขึ้นบันไดเลื่อนแบบนี้ 4 ครั้ง หลังๆ มาก็เลยให้เฟรินนั้งในรถขนจะปลอดภัยกว่า

การถ่ายรูปเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับเด็กๆ มาก เพราะว่า แม่ปัวและแม่ปอมขอถ่ายรูปตลอดเวลา นี่ขนาดว่า คุณยายและลุงหมอต้อยได้เตือนก่อนที่จะเดินทางแล้วน่ะ ว่าอย่ามัวแต่ถ่ายรูปให้ดูแลเด็กๆ ดีดี ไม่ต้องถ่ายรูปเยอะ
แต่พวกเราจะไม่ถ่ายรูปเก็บไว้เยอะๆ ได้ไง เพราะนี้เป็น ทริปประวัติศาสตร์ ของป้าปอมแล้วแม่ปัวน่ะ ป้าปอมบอกว่า ไม่รู้ว่าจะได้มาด้วยกัน ป้าปอมกับแม่ปัว ผู้ใหญ่สองคนแบบนี้อีกเมื่อไหร่เพราะว่า ถ้าแม่ปัวท้องมีน้องอีกคน ก็คงมากันเองแบบนี้ไม่ได้อีกนาน เพราะว่าคงรับมือเด็กๆ 4 คนไม่ไหว แล้วถ้าเวลาผ่านไป เด็กๆ ก็ต้องโตขึ้น ก็คงจะนอนรวมกันห้องเดียวไม่ได้อีก อีกหน่อยก็คงต้องแยกห้องนอนกันไปเวลาไปพักที่โรงแรมแต่ละโรงแรม ก็ไม่อบอุ่นเลย คิคิคิ


เด็กๆ อยู่เมืองไทย มีเรือแบบนี้ให้เล่น ก็ไม่ไปเล่นกัน ดันมาเล่นกันถึง ocean park แต่พอเล่นเสร็จ เรือก็ยังไม่หยุดวิ่ง ไม่รู้น้องโปรคิดอะไรอยู่ ร้องไห้แบบไม่เข้าใจว่า ทำไมเรือโปรไม่หยุด ร้องไห้เยอะมากๆๆ ว่า ไม่อยากให้มันแล่นไปเอง คือโปรเค้าคิดว่าเรือน่ะต้องหยุดเมือ่ไหร่ที่โปรหยุดเล่น แต่ว่าลมหน่ะมันทำให้เรือวิ่งไปเองได้โปรเค้าก็ไม่เข้าใจ แม่ปัวคิดว่า น้องโปรหน่ะ มีอะไรฝังใจเกี่ยวกับการพลัดพรากจากกันหรือลืมอะไรไว้หรือทำอะไรแล้วถ้าทำเสร็จก็ต้องหยุดหมด เช่นเวลา ที่ไปทานข้าวที่ร้านอาหาร อะไรก็ตามที่ เราเอาเข้าไปในร้านอาหาร แม้กระทั้งโบวชัวต่างๆ ถ้าเราทานข้าวเสร็จห้ามเอาทิ้งไว้เลยน่ะ น้องโปรจะไม่ยอมบอกว่า ต้องเอาไปด้วย คือประมาณว่ามันคือสมบัติชิ้นนึงของเราทิ้งเอาไว้ไม่ได้ บางทีเวลาเค้าเอาของเล่น หรือ เอาของแม่ไปเล่น แล้วถ้าเค้าง่วงนอนอยากกลับบ้าน น้องโปรก็จะเก็บของทุกอย่างเอาไว้ในกระเป๋าเตรียมให้เรียบร้อยเลย คือก็เป็นสิ่งที่ดีน่ะ แต่โปรเค้าจะทำตอนที่มีสติ เท่านั้นน่ะ บางทีถ้าสนุกเพลินก็คงอาจจะลืมได้เหมือนกันแหละ โปรเป็นซะแบบนี้ เวลาถือลูกโป่งเดินข้ามถนนนั้นอันตรายมากเพราะคงจะปล่อยมือวิ่งไปเก็บทันทีแน่ๆ แม่ปัวเลยต้องคอยเตือนอยู่บ่อยๆ เลย


มา Ocean park สิ่งที่เด็กๆ และผู้ใหญ่หลายๆ คนตื่นเต้นหวาดเสียวก็คือ กระเช้าลอยฟ้า นี่แหละ เพราะว่าระยะทางสูงและไกลมากๆ เลยคือข้ามเขาไปอีกเขานึงเลย แต่แปลกใจมากว่าทำไมมานั้ง cable car แบบนี้แล้วคนที่กลัวความสูงแบบพี่เฟรินทำไมไม่มีอาการหวาดกลัวเลย แปลกมากๆ ใครรู้ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยน่ะว่า ทำไมเด็กที่กลัวความสูงมากๆ ทำไมถึงไม่กลัวเวลานั้ง cable car??? ฮืมม แล้วก็เวลานั้งเครื่องบินก็ไม่เคยกลัวด้วย
แม่ปัวสรุปให้ป้าปอมฟังว่า อาจจะเพราะว่าเรานั้งไง คือเท้าไม่ได้แตะพื้น ก็เลยไม่ทำให้เขาอ่อน อิอิ เกี่ยวไม๊?? แต่อาจจะเกี่ยวน่ะ เพราะว่าเวลาที่พี่เฟรินกลัวหน่ะ ก็เช่น เดินไปที่สูงๆ เช่นชั้นสองชั้นสาม ก็ไม่ได้ละนะกลัวล่ะ ต้องให้คนมาช่วยจับมือเดิน แล้วก็ เวลาขึ้นบันไดเลื่อนถ้าขึ้นไปชั้นสองก็ยังโอเค แต่ถ้าขึ้นไปถึงชั้นสามแล้วมองลงมาข้างๆ เห็นว่าอยู่สูงละก็จะเริ่มกลัว แต่แม่ปัวบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากพ่อแม่นั้นแหละที่สอนไว้ให้เด็กจำใส่เขาไปในจิตใจ เช่นเวลาเราเดินบันไดเลื่อนหรือไปไหนที่สูงๆ พ่อแม่ก็ชอบบอกว่า จับแน่นๆ น่ะห้ามเดินห้ามเล่นเดี๋ยวจะหล่นลงไป ทีนี้เด็กบางคนที่มีนิสัยเชื่อฟังพ่อแม่ทำตามกฎอย่างเคร่งครัดนั้นก็จะมีความรู้สึกนี้มากจนทำให้เกิดเป็นความกลัวซะ






น้องโปรสนใจกลไกในการทำงานของ cable car มากๆ ว่าทำงานยังไง คอยสังเกตแล้วพูดตลอดเวลาว่า อะไรที่ทำให้กระเช้าวิ่งไปบนสาย cable ได้ แม่ปัวก็เลยต้องพาไปดูห้องเก็บ cable แล้วก็ชี้ให้สังเกตว่า เค้าใช้วิธีไหนในการหมุน cable ไปรอบๆ
สถานที่แม่ปัวชอบมากๆๆ อีกที่ใน oceanpark ก็คือโซนบ้านของ jelly fish เพราะเป็นอะไรทีไม่ได้เห็นที่ไหนได้บ่อยๆ ต่างกับโชว์ปลาที่เราก็เห็นมาเยอะมากๆ แล้ว พอเข้าไปเหมือนอยู่กับมนุษย์ต่างดาวเลย




ส่วนมากๆ เลยสีสันมีหลากสีมากๆ คนเราก็ช่างเอามาใส่สีให้ดูสวยงาม ถ้าใครไป ocean park ไม่ควรพลาดเข้าไปดู jelly fish น่ะจ๊ะ



โชว์ปลารอบสุดท้ายคือรอบ 4 โมง ครึ่ง กว่าจะดูโชว์เสร็จก็ 5 โมงกว่าๆ โชว์ไม่ตื่นเต้นอลังการเลยผิดหวังมากๆ เพราะมีความรู้สึกว่า โชว์ที่ซาฟารีก็คล้ายๆกัน แถมแม่ปัวคิดว่ายังดีกว่าโชว์ที่นี่ซะด้วยซ้ำ เอหรือเราจะมาดูผิดโชว์น๊า แต่ก็ไม่น่าเพราะดูจากสถานที่แสดงโชว์ก็ดู professional ดีอยู่ ตอนแรกเราจะมาดูโชว์ช่วงบ่ายๆ แต่ว่ามาไม่ทันคนเยอะมากๆๆ ไม่มีที่นั้งเหลือให้พวกเราเข้าไปดูเลย เพราะว่าโชว์ใหญ่ของเค้ามีแค่โชว์นี้แหละ วันนึงมีสองรอบ รอบแรกคนจะเยอะมากเพราะว่า คณะทัวร์ จะต้องแห่กันมาดูทั้งหมดเพราะเค้ามีเวลาจำกัดกัน และแม่ปัวก็รู้สึกว่า โชว์ สองรอบจะมีความอลังการต่างกันด้วย เพราะโชว์รอบที่เราไม่ได้ดู แม่ปัวได้ยินเสียงเพลงดังสนุกสนานมาก แต่ทำไมโชว์รอบสองที่พวกเราไปดูกันมันช่างสั้นและไม่ตื่นเต้นเอาซะเลย ไม่เป็นไรคราวหน้าถ้าเรามาเที่ยวที่นี้ค่อยพาเด็กๆ มาดูอีกทีก็แล้วกัน แต่คงอีกนานเลยที่เราจะมาที่นี้อีกเพราะว่า ยังมีอีกหลายที่หลายประเทศเลย ที่เราอยากพาเด็กๆ ไป แม่ปัวไม่ชอบพาไปประเทศที่เราเคยไปมาแล้วอะนะ




จริงๆแล้วเรามาเที่ยว ocean park ครั้งนี้ก็เที่ยวยังไม่จุใจเลย เพราะเมื่อเช้ากว่าจะเดินทางมาถึงก็เที่ยงไปซะแล้ว เดินไปเดินมาก็จะหมดเวลาแล้วเพราะวันนี้เป็นวันพฤหัส เค้าปิดพาร์กกันตอน หกโมง พวกเราก็เลยมีเวลาไม่พอ เชื่อไม๊ว่า กลุ่มของพวกเรา ห้า คนนี้หน่ะ เป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่ออกมาจาก oceanpark เลย เพราะว่า รปภ ต้องคอยเดินตามเราแล้วบอกว่า พาร์คปิดแล้วน่ะครับ แล้วก็เดินตามพวกเราจนออกมาที่ทางออกเลย แล้วพอเราเดินออกมา เค้าก็ปิดประตูเลื่อนทันที 55555555555555555
