
วันหยุด แม่ปัวก็อยากจะหากิจกรรมให้เด็กๆ ทำกันวันนี้ไหนไหนเราอยู่เชียงใหม่พอดี หาอะไรทำกันดีกว่า แม่ปัวก็คิดคิดอยู่นานว่า ที่ไหนในเชียงใหม่ที่เรายังไม่ได้ไปกันบ้าง แล้วแม่ปัวก็นึกได้ว่า อยากไปเวียงกุมกามนี่แหละ เพราะอยากจะไปหลายทีแล้วแต่ก็ยังไม่มีโอกาศไปซักทีนึง ตอนเช้าหลังจากที่พี่เฟรินและน้องโปรเรียนว่ายน้ำเสร็จ เราก็เดินทางไปเวียงกุมกามเลย มีเด็กๆ ไปสามคน แล้วก็ให้ ป้านวลแม่บ้านคนเก่าแก่ของป้าปอมไปด้วย
เวียงกุมกามอยู่ไหนเหรอ แม่ปัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่โชคดีที่เปิดหาจากใน GPS ได้แม่ปัวก็เลยขับตามแผนที่ไปเรื่อยๆ แล้วก็ค้นพบว่าเวียงกุมกามนั้นอยู่ไม่ไกลเลยเป็นสถานที่ที่เรามองข้ามผ่านไป เวียงกุมกามซ้อนอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังในบริเวณชุมชนและหมู่บ้านห่างจากถนนมหิดลราว 2 กิโลเมตรหรือ
ประมาณ 4-5 กิโลเมตรจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่


พอไปถึงเด็กๆ ก็ต้องเลือกเอาระหว่างนั้งรถรางและนั้งรถม้า สรุปว่าพวกเราต้องนั้งรถม้ากันเพราะว่า มีกันอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง เสียค่านั้งรถม้าเหมาไปคันละ 500 บาท แล้วก็จะมีไกด์คอยขับและอธิบายประวัติให้ฟังด้วย แม่ปัวต้องคอยอธิบายซ้ำอยู่เสมอๆ ว่าไกด์เค้าพูดหมายความว่ายังไง จนในที่สุดแม่ปัวก็เลยบอกไกด์ว่า ไม่ต้องอธิบายละเอียดมากขอเอาแบบที่เด็ก 4 ขวบ ถึง 5 ขวบ เข้าใจก็พอ


เด็กๆ ตื่นเต้นมากเมื่อไกด์บอกว่า เมื่อก่อนเคยมีเมืองอยู่ที่นี้แต่ว่า โดนน้ำท่วมบ่อย เค้าก็เลยย้ายเมืองหนีไปแล้วเมืองก็เลยไม่มีคนอยู่ฝังอยู่ในใต้ดิน เด็กๆ ก็โอ้โห กันใหญ่ แต่คนอีกคนที่ตื่นเต้นไม่แพ้เด็กๆ เลยก็คือป้านวล เพราะป้านวลเค้าเป็นอิสลามด้วยแล้วเค้าก็ไม่เคยมาเที่ยวสถานที่ที่เป็นวัดโบราณแบบนี่ คอยถามไกด์เสมอว่าเหตุการณ์เป็นมายังไง

น้องเฟรนตัวเล็กแต่ใจสู้มากๆๆ เห็นพี่โปรปีนไปไหนก็พยามจะขอปีนตามไปด้วย ไม่ได้ท้อกับรูปร่างที่เล็กเลย

พี่ไกด์ก็พาพวกเราแวะไหว้พระกันซะหน่อย แม่ปัวก็เลยพาเด็กๆ เข้าไปไหว้พระกันเองเพราะป้านวลเค้าไม่เข้าไปในวัดก็ยืนรอที่รถม้า


น้องเฟรนจะคอยมองพี่โปรอยู่เสมอว่า พี่โปรจะทำอะไร และจะพูดยังไงบ้าง ก็พี่โปรคือมายฮีโร่เลยนี่นา เด็กๆ ไหว้พระกันน่ารักมาก แล้วน้องโปรก็เป็นคนนำอธิฐานขอพร ลองเปิดอ่านได้ใน คลิปวีดีโอ ตลกมาก เพราะน้องโปรจะขอพรหลายๆ อย่าง แล้วพี่เฟรินก็ไม่พูดว่ายังไง แม่ปัวเลยถามว่า พี่เฟรินจะขอพรอะไรค่ะ พี่เฟรินเลยตอบว่า ขอพรแบบที่น้องโปรขอเลยละกัน อิอิ


เวลาผ่านไปที่เวียงกุมกาม ชั่วโมงกว่าๆ เด็กๆ ก็มีความสุขมาก ได้นั้งรถม้าชมเมืองโบราณ ก่อนกลับพนักงานที่นั้นก็ชวนให้ซื้อรูปที่เค้าถ่ายไว้ตั้งแต่ตอนแรกที่นั้งรถม้า ตอนแรกกะจะไม่ซื้อแล้วแต่คิดไปคิดมาไม่รู้คิดยังไงก็ใจอ่อนซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกตามเคย










ประวัติ
การสถาปนา
หลังจากที่พญามังรายได้ปกครองและพำนักอยู่ในนครหริภุณชัย (ลำพูน) อยู่ 2 ปี พระองค์ทรงศึกษาสิ่งหลายๆอย่าง และมีพระราชดำริที่จะลองสร้างเมืองขึ้น เมืองนั้นก็คือ เวียงกุมกาม แต่พระองค์ก็ทรงสร้างไม่สำเร็จ เพราะเวียงนั้นมีน้ำท่วมอยู่ทุกปี จนพญามังรายจึงทรงต้องไปปรึกษาพระสหาย นั่นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง แห่ง สุโขทัย และ พญางำเมือง แห่ง พะเยา หลังจากทรงปรึกษากันแล้วจึงทรงตัดสินใจไปหาที่สร้างเมืองใหม่ ในที่สุดจึงได้พื้นที่นครพิงค์เชียงใหม่เป็นเมืองใหม่ และ เป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาต่อมา จึงสรุปได้ว่าเวียงกุมกามนั้น เป็นเมืองที่ทดลองสร้าง
การล่มสลาย
เวียงกุมกามล่มสลายลงเพราะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยช่วงเวลานี้อยู่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2101 - 2317 ซึ่งตรงกับสมัยพม่าปกครองล้านนา พม่าปกครองล้านนาเป็นเวลาสองร้อยกว่าปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่กล่าวถึงเวียงกุมกามทั้งๆที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมากและสมควรที่จะบันทึกไว้ แต่ก็ไม่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ใดเลย ผลของการเกิดน้ำท่วมนี้ทำให้เวียงกุมกามถูกฝังจมลงอยู่ใต้ตะกอนดินจนยากที่จะฟื้นฟูกลับมา สภาพวัดต่างๆ และโบราณสถานที่สำคัญเหลือเพียงซากวิหารและเจดีย์ร้างที่จมอยู่ดินในระดับความลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 1.50 -2.00 เมตร โดยวัดที่จมดินลึกที่สุดคือวัดอีค่าง รองลงมาคือ วัดปู่เปี้ย และวัดกู่ป่าด้อม
การขุดค้นพบ
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2527 เรื่องราวของเวียงกุมกามก็เริ่มเป็นที่สนใจของนักวิชาการ และประชาชนทั่วไป ทำให้หน่วยศิลปากรที่ 4 ขุดแต่งบูรณะวัดร้าง (ขุดแต่งวิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ำ) และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2545 ปัจจุบันเวียงกุมกามก็ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าเวียงกุมกามมีความสมบูรณ์ และเป็นแหล่งความรู้การศึกษาในแบบของเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและ ศิลปกรรมตลอดจนวัฒนธรรมล้านาต่าง ๆ โดยศูนย์กลางของการนำเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ในเขตเวียงกุมกามอยู่ที่วัดช้างค้ำ
ที่ตั้ง และ ลักษณะ
เวียงกุมกามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาวประมาณ 850 เมตร ไปตามแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และกว้างประมาณ 600 เมตร ตัวเมืองยาวไปตามลำน้ำปิงสายเดิมที่เคยไหลไปทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ดังนั้นในสมัยโบราณตัวเวียงกุมกามจะตั้งอยู่บนฝั่งทิศตะวันตกหรือฝั่งเดียวกับเมืองเชียงใหม่ แต่เชื่อกันว่าเนื่องจากกระแสของแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง จึงทำให้เวียงกุมกามเปลี่ยนมาตั้งอยู่ทางฝั่งด้านตะวันออกของแม่น้ำดั่งเช่นปัจจุบัน
ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำดังกล่าวคาดว่าน่าจะอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 23 การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำครั้งนั้น ทำให้เกิดน้ำท่วมเวียงกุมกามครั้งใหญ่จนเวียงกุมกามล่มสลาย และวัดวาอารามจมอยู่ใต้ดินทราย จนกลายเป็นเมืองร้างไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า อีกหนึ่งสมมติฐานที่เวียงกุมกามถูกทิ้งร้างนั้นอาจเป็นได้ว่าเกิดสงครามระหว่างไทยกับพม่าทำให้ผู้คนหลบหนีออกจากเมืองไปก็เป็นได้
ปัจจุบันเวียงกุมกามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ก.ม. 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ด้านขวามือ ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง
สภาพทั่วไปทางภูมิศาสตร์ของเวียงกุมกามตั้งอยู่บริเวณแอ่งที่ราบเชียงใหม่-ลำพูน มีแม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสายสำคัญ โดยมีต้นน้ำอยู่ที่ดอยถ้วย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณแอ่งที่ราบแห่งนี้ซึ่งเป็นที่ราบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนบน เป็นที่ราบระหว่างภูเขา มีอาณาบริเวณครอบคลุมเขตจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูนรวม 13 อำเภอ (โดย 10 อำเภออยู่ในจังหวัดเชียใหม่คือ แม่แตง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด สันกำแพง เมือง สารภี หางดง สันป่าตอง และจอมทอง และอีก 3 อำเภออยู่ในจังหวัดลำพูนคือ เมือง (ลำพูน) ป่าซาง และบ้านโฮ่ง) โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 940, 000 ไร่