วันนี้วันเกิดอากง ครบรอบอายุ 67 ปี แต่อากงของน้องโปรก็ยังแข๊งแรงและมีความเป็นวัยรุ่นอยู่มากๆๆ ดูได้ง่ายๆ จากการแต่งตัวและรถที่อากงขับ อิอิอิ
น้องโปรตื่นมาทำการ์ดอวยพรวันเกิดให้อากงด้วย ตอนแรกทำการ์ดแบบว่าไม่สวยเลย แม่ปัวก็เลยจำเป็นต้องบังคับให้ทำการ์ดใหม่ และก็สอนว่า ถ้าจะทำอะไรให้ใครต้องตั้งใจทำให้ดีดี ถ้าไม่ตั้งใจทำก็ไม่ต้องทำเลยดีกว่า ทำเสร็จแล้วน้องโปรก็เขียนคำว่า I love You อากง
ช่วงบ่ายๆ อาเกตุ ก็โทรมาบอกว่าให้เตรียมเงินให้อาเกตุค่าของขวัญของอากงด้วยเพราะอาเกตุซื้อเข็มขัด prada ให้อากงเป็นของขวัญจากลูกๆ ทั้งห้าคน
วันนี้พวกเราไปทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารในโรงแรมแม่น้ำ มีชื่อว่าร้าน อายัท อบาโลน ฟอรั่ม เรสเทอรองค์ (Ah Yat Abalone Forum Restaurant) ถ. เจริญกรุง

ร้านนี้ปรกติต้องโทรมาจองแต่เช้าไม่งั้นวันอาทิตย์ต้องไม่ได้ห้องส่วนตัวแน่ๆ ปาป๊าก็โทรไปจองแต่เช้าเลยแหละ แต่พอมาตอนเย็นดันไม่มีห้องให้ ดีน่ะที่ยังหาโต๊ะให้พวกเรานั้งทานได้ เลยต้องนั้งกันเบียดๆ หน่อย 15 ที่นั้ง ดีน่ะที่โปร ภัทร และ ภูมิ ยังตัวเล็กอยู่ อนาคต เวลาไปทานอาหารที่เป็นโต๊ะจีนแบบนี้คงต้องแยกกันนั้งแล้วแหละ




ทานกันอิ่มแล้วโปรก็เอาการ์ดที่ทำไปให้อากง แล้วอาเกตุก็เอาของขวัญให้ด้วยเลย



น้องโปรและเฮียภูมิ ออกจะตื่นเต้นกับของขวัญของอากงมากกว่าอากงอีก โปรคอยที่จะช่วยอากงแกะของขวัญใหญ่เลย คงคิดว่าจะเป็นของเล่นละมั๊ง


และแล้วของขวัญก็ไม่ใช่ของเล่นอย่างที่น้องโปรคิด แต่มันคือเข็มขัด นั้นเอง ฮิฮิ ปาป๊าชัยบอกว่า เข็มขัดของอากงวัยรุ่นมากๆๆ ปาป๊าบอกว่าถ้าเป็นปาป๊าคงไม่ซื้อของ prada หรือซื้อ LV ดีกว่า แต่อาเกตบอกว่า prada แหละวัยรุ่น เพราะเดี๋ยวอากงจะเอาไปใส่กับกางเกงยีนส์ตัวที่เป็นแบบรุ่นสีตกที่อากงซื้อมา โอ้โห อากงวัยรุ่นมากๆๆ ใส่กางเกงสีตกด้วย ฮ่าฮ่า วัยรุ่นกว่าปาป๊าชัยอีก
แล้วเวลาที่เด็กๆ รอคอยก็มาถึง นั้นก็คือเวลาตัดเค๊ก เย้ๆๆๆๆๆๆ น่าอร่อยมากๆ วันนี้มีเค๊กสตอเบอรรี่จาก coffee bean มาด้วย

ปักเทียนสามแท่งไว้ให้หลานสามคนช่วยกันเป่า


วันนี้อากงมีของเล่นมาให้เด็กๆ กันด้วยนั้นก็คือเข็มขัด super hero แม่ปัวก็เลยบอกว่า อากงซื้อเข็มขัดให้เด็กๆ แล้วตัวเองก็เลยได้เข็มขัดเป็นของขวัญบ้าง เข็มขัดที่โปรและเฮียภูมิได้เป็นเข็มขัดรูปตัวด้วง แม่ปัวก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่เห็นเค้าว่ากันว่า กำลังดังเลยตอนนี้ บังเอิญว่า น้องโปรเค้าไม่ชอบดูการ์ตูนประเภทนี้ก็เลยไม่รู้เรื่องเลย แต่เฮียภูมิถูกใจมากๆ ป้ากิ๊บบอกว่า เมื่อวานเฮียภูมิเพิ่งจะเดินไปดูของเล่นชิ้นนี่มาพอดี แต่ป้ากิ๊บไม่ได้ซื้อให้เพราะเข็มขัดของเล่นอะไรเส้นละสองพันห้าร้อยบาท แพงเกิน



ขอตบท้ายก่อนเขียนไดอารี่จบด้วยประวัติคร่าวๆ ของร้านอาหารอายัท หน่อยน่ะจ๊ะ บังเอิญว่าแม่ปัวไปหาเจอมาจากในเน็ตอีกตามเคย
"อายัท" เขามีสาขาทั้งในฮ่องกง และกระจายอยู่ทั่วเมืองจีนกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และที่กรุงปักกิ่งกับนครเซี่ยงไฮ้ เห็นไหมครับไม่ธรรมดาเลย
ส่วนที่เมืองไทยนั้นอยู่ที่โรงแรมแม่น้ำ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุงเช่นเดียวกับโรงแรมแชงการี-ลา เพียงแต่ว่าอยู่คนละฟากกัน มีถนนสาทรและสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินคั่นอยู่ตรงกลาง โดยโรงแรมแม่น้ำจะอยู่ฟากเดียวกับถนนจันทน์ ที่นี่มีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย
ผู้ก่อตั้งภัตตาคารอายัทเปรียบเสมือนอาจารย์ใหญ่(Master)ของร้านคือ มิสเตอร์ หยังคุนยัท(Yeung Koon Yat) เห็นชื่อก็รู้แล้วว่าร้านนี้ตั้งชื่อตามใคร
คงทราบกันโดยปริยายนะครับว่าเขาเก่งเรื่องเป๋าฮื้อ ร้านอายัทนี้มีของทะเลสดๆ ให้เลือกถึง 80 ชนิด บางอย่างก็เป็นของหายาก ตามร้านทั่วไปหากินไม่ได้ อาทิ ปลาเซ่าเหม่ย ปลาชนิดนี้สมัยก่อนร้านที่ฮ่องกงเขาเอาเฉพาะริมฝีปากปลาล้วนๆ มาผัดให้คุณชายได้ลิ้มลอง ช่างสรรหากินซะนี่กระไร
นอกจากนี้ยังมีปลาเก๋าหนู ปลาตัวเป่าจากเมืองจีน เอามานึ่งฮ่องกงสไตล์ หรืออบแบบอายัทสไตล์หรือทอดราดซีอิ๊ว ฯลฯ
และที่สำคัญคือ เขามีเป๋าฮื้อให้เลือกชิมหลายแบบแบ่งตามคุณภาพ มีตั้งแต่แพงมหาแพงไปจนถึงแพงพอประมาณ
เชฟใหญ่ของร้านเป็นคนฮ่องกงชื่อ คุณเก่ง พอพูดไทยได้บ้าง(เพราะมีแฟนเป็นคนไทย) ได้ชี้แจงแถลงไขว่า เป๋าฮื้อที่ดีที่สุดและแพงที่สุดเรียงตามลำดับคุณภาพ สนนราคามีตั้งแต่ เป๋าฮื้อญี่ปุ่น(6,800 บาทต่อตัว) เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และที่ย่อมเยาสุดคือ เป๋าฮื้อออสเตรเลีย
ท่านสามารถสั่งเมนูเป็นชุดสำหรับท่านเดียว หรือจะสั่งเป็นเมนูโต๊ะจีนชุดใหญ่สำหรับหมู่คณะก็ได้ เชิญเลือกเอานะครับ เพราะมีให้เลือกหลากหลายราคามากมายจริงๆ
เช่น ถ้ามาคนเดียวมีชุดตั้งแต่หัวละพันกว่าไปจนถึงเกือบแปดพัน เมนูโต๊ะจีนก็มีมากจนตาลาย ให้ปรึกษาผู้จัดการที่ร้านก็แล้วกัน
มาดูเมนูที่พวกเราได้ชิมไปกันดีกว่า เริ่มด้วยออเดิฟหลายชนิด ซึ่งตัวชูโรงที่ผมชื่นชอบเป็น "เต้าหู้ผัดพริกเกลือ" กรอบนอกนุ่มใน "ซี่โครงหมูทอดกระเทียม" ที่นุ่มมีรสชาติดี และ "ลิ้นเป็ดพะโล้" ที่ดูดแทะกันเพลิน อีกทั้งยังมีปลาเงินทอดพริกเกลือตัวเล็กๆ ด้วย จานถัดมาเป็น "สลัดกุ้งมังกรกับผลไม้" ซึ่งใครไปฮ่องกงคงจะได้เคยยลโฉมมาแล้วว่าเป็นสลัดผลไม้เย็นๆ ราดด้วยน้ำสลัดข้นๆ ต่อด้วย "หูฉลาม" ใส่เนื้อปู และตัวเอกของร้านคือ "เป๋าฮื้อน้ำแดง" เสิร์ฟให้คนละตัวพร้อมด้วยเห็ดหอมคนละชิ้นกินแกล้มกับคะน้าน้ำมันหอย อย่าลืมเก็บน้ำเกรวี่ของเป๋าฮื้อไว้ก่อนนะครับ ความจริงเพียงท่านมากินเป๋าฮื้ออย่างเดียวก็สุขใจไปทั้งเดือนแล้ว
ของกินวันนั้นมีอีกมากมายทั้ง "ไก่ทอดฟอรัม" ซึ่งเป็นเมนูที่คนฮ่องกงถือว่าเป็นเมนูสำคัญเวลาเลี้ยงโต๊ะจีนในงานแต่งงาน "เนื้อปลาอบกระเทียม" "ข้าวห่อใบบัว" ซึ่งพวกเราเอาน้ำเป๋าฮื้อที่เขาใส่ชามไว้ให้เอามาราดแล้วคลุกให้เข้ากัน เท่านี้ก็อร่อยเหาะสุดยอด ตบท้ายด้วย "ขนมบัวลอยแห้งไส้งาดำ" ที่อร่อยพอๆ กับกินที่โน่นเลยทีเดียว
ใครอยากไปลองชิม โทร.ไปจองก่อนได้ที่ 0-2291-7781-2 ลองไปตอนกลางวันถ้าจะดี เห็นสมาชิกในคณะบอกว่าติ๋มซำมื้อกลางวันก็เด็ดไม่ใช่ย่อยเช่นกัน เพราะถ้าเป็นติ๋มซำ พวกขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า ต้องยกให้พวกจีนกวางตุ้งเขาล่ะ